2006/Oct/17

TRAVELING Part 16 [ EnD ]

ติ๊ก..ติ๊ก..ติ๊ก..ติ๊ก

สัญญาณจากสิ่งบนข้อมือรับกับจังหวะการเต้นของหัวใจ ใจที่จดจ่อกับคนคนหนึ่ง

รออยู่อย่างนี้ คงเป็นสาเหตุให้ประสาทรับรู้ด้านการฟังทำงานได้ดีกว่าสิ่งใด

เสียงนาฬิกาของเข็มวินาทีที่เคลื่อนไปเรื่อยๆตามกลไกของมัน เหมือนจะดังให้ได้ยินชัดเจนอยู่ตลอดเวลา

บรรยากาศการพูดคุยของผู้คนรอบตัว ค่อยๆเจือจางลงไปเรื่อยๆ ช่วงเวลาตอนเย็นของกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกันกำลังจะมาถึง-มื้อเย็นแสนอร่อย-แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ประเด็นของมื้อค่ำขนานใหญ่ที่ทุกคนรอคอย คงไม่สามารถช่วยดึงให้ชิเงอากิล้มเลิกความคิดที่จะนั่งอยู่ที่เดิมต่อไป

คาโต้ ไม่ไปกินข้าวเหรอไง

ยังหรอก ไปก่อนเถอะ

เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ กับตำตอบที่มีคำถามเดิมๆจากหลายๆปากย้ำถามกันให้ซ้ำซาก

ท้องฟ้าภายนอกมืดสลัวลงมากขึ้น บ่งบอกถึงยามค่ำคืนอันล่วงผ่านไปเรื่อยๆ

หลังจากเริ่มรู้สึกถึงสถานภาพของตัวเอง มองไปรอบๆ ไม่พบเพื่อนร่วมชั้นปีแม้ซักคนเหลืออยู่

การรอคอยก็ยิ่งย้ำถึงความเงียบสงัดให้รู้สึกเหงาหงอยลงไปอีก นอกจากตัวเองแล้ว คงมีแต่พนักงานสาวประจำเคาน์เตอร์ที่ทำหน้าที่ของหล่อนไปอย่างเงียบๆ

ชิเงะพลิกข้อมือเพื่อดูนาฬิกาอีกครั้ง เข็มบอกเวลามันทิ้งช่วงห่างออกไปอีกโขอยู่ สองขานั่งนิ่งๆแทบไม่ขยับใดๆมากนัก เริ่มจะเคลื่อนไหว ใช้มือดันกายให้ลุกขึ้นมาจากโซฟานุ่ม ละทิ้งตำแหน่งเดิมเดินออกจากล๊อบบี้

******************************************

ประธานๆ ยืมโทรศัพท์หน่อยสิ ของชั้นแบตหมดอ่ะ

เสียใจด้วยนะโคยามะ เพราะชั้นทิ้งเอาไว้ที่ห้อง สีหน้าครุ่นคิดบอกแค่นั้นก่อนก้มลงไปสัมผัสแป้นพิมพ์บนคอมโน๊ตบุ๊คต่อ

โคยามะนั่งแทบจะไม่ติดที่ หงุดหงิดแทบตาย อยากจะโวยวายออกมาดังๆ อุตส่าห์เผ่นหนีงานจากคุซาโนะมาได้ ยังต้องมาเจอประธานนักเรียนอีก ยังกะตัวเองวิ่งหนีอยู่ในสวนเสือศรีราชาแน่ะ (หนีเสือปะจระเข้ )

เจ้าของคำสั่งผู้ไหว้วานให้ทำงานไม่พูดพร่ำให้เสียเวลา ลากตัวโคยามะมานั่งติดอยู่กับโต๊ะด้วยกองเอกสาร กระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลย

ประธานๆเอกสารกองเบ้อเร่ขนาดนี้ เมื่อไหร่จะเสร็จล่ะ ร้อนใจ ปล่อยให้ใครบางคนรออยู่ อยากจะวิ่งไปหาซะเดี๋ยวนี้

นายก็ตั้งใจทำหน่อยเซ่ เอาแต่บ่นอยู่นั่น

โธ่ ไว้ทำวันพรุ่งนี้ได้มั๊ยล่ะ ยื่นข้อเสนอ ทั้งที่รู้คำตอบ

ก็ตอนนี้มันว่างอยู่ จะผลัดไปผลัดมาทำไมล่ะ

โคยามะคิ้วขมวด ยกนาฬิกาขึ้นมอง พลางมองบรรยากาศรอบตัว

ประธานๆ ได้เวลากินข้าวแล้วนี่ ไปกินกันก่อนเหอะ นะๆ ดูคนอื่นสิ ลุกกันไปหมดแล้ว พยายามจะกระตุ้นเพื่อนผู้ทำงาน อยากจะให้ข้อเสนอของตัวเองเป็นผลสำเร็จโดยไว

ประธานนักเรียนถอดถอนลมหายใจออกมานิดนึง พลางชำเลืองมองสิ่งที่โคยามะพูดเมื่อชั่วครู่

เออๆท่าทางนายคงแทบขาดใจแล้วสิ ลุกลี้ลุกลนตลอด หิวข้าวขนาดนั้นเชียว น้ำเสียงเชิงตำหนิพร่ำบ่นพร้อมกับที่สองมือจัดเก็บกองงานบนโต๊ะ โคยามะยิ้มดีใจซะยกใหญ่

ใช่ถ้าไม่ได้ไป ชั้นคงขาดใจจริงๆ ไปล่ะนะ รีบลุกจากที่นั่งแล้ววิ่งออกไป ไม่ใส่ใจสิ่งที่ควรจะทำกับการช่วยเก็บของ ทิ้งไว้แต่สายตาประหลาดใจของเพื่อนร่วมงาน ก็ในเมื่อเส้นทางของโคยามะเมื่อชั่วครู่ มันคนละทางกันเลย กับห้องกินข้าว

**************************************

ชิ..เงะ..จางงงงง

ส่งเสียงล้ำหน้าไปก่อนตัว ในสมองปรากฏใบหน้าเจ้าของชื่อที่เรียกขึ้นมาเด่นชัด เจ้าตัวคงกำลังนั่งนิ่งๆ อยู่บนโซฟาตัวเดิมรออยู่ ท่าทางที่คุ้นเคย เค้าพอจะนึกออก

โคยามะชะงักฝีเท้าตัวเองไว้ หยุดยืนมองภาพตรงหน้า ความว่างเปล่าของทุกตำแหน่งจากเก้าอี้ ส่งผลขั้นรุนแรงให้สีหน้าฉายแววกังวลประกอบด้วยความแปลกใจ

ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าเมื่อกี้เห็น อธิบายถึงลักษณะของชิเงอากิ มื้อไม้ น้ำเสียงถามพนักงานประจำล๊อบบี้

ถ้าคุณที่คนพูดถึงเป็นเด็กผู้ชายที่นั่งอยู่คนเดียวจนถึงเมื่อครู่ล่ะก็ ดิชั้นเห็นว่าเค้าออกไปแล้วค่ะ เจ้าหล่อนพยายามนึกตามคำพูดของโคยามะด้วยความไม่แน่ใจนัก

ขอบคุณครับ ทิ้งท้ายแค่นั้น ไม่คิดจะส่งคำถามที่คงจะไม่มีคำตอบกลับมาต่อ มันเป็นคำถามที่เค้าต้องคิดเอาเอง ชิเงอากิ ไปไหน

ห้องกินข้าว เป็นสิ่งที่นึกถึงเป็นอันดับแรก สองขาทำตามความคิด เปลี่ยนเส้นทางโดยไว วิ่งไปให้เร็วที่สุด

โคยามะ !!!

หยุดตัวเองอย่างอัตโนมัติ เสียงเรียกที่ได้ยิน นั้นไม่ชัดเจนนัก บ่งบอกถึงสถานภาพของผู้เรียกที่อยู่ห่างออกไป ขยับเบื้องหลังหันกลับไปมองต้นเสียงทันที

โคยามะ มาแล้วเหรอ รอยยิ้มบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะโกน ชิเงะยืนนิ่งท่ามกลางสวนสวยของโรงแรม

ที่กำลังปรุงแต่งบรรยากาศอบอุ่น โคมไฟให้แสงละมุนละไม เฉิดฉายพร้อมกันตามหน้าที่ของมัน

ตำแหน่งความห่างไม่เป็นอุปสรรคซักนิด โคยามะละจุดยืนเดิมก้าวเข้าไปหา

อื้อ ! กลับมาแล้วล่ะ ยิ้มให้คนตรงหน้า ขยับมือโยกหัวชิเงะเบาๆ

ทำงานเหนื่อยมั๊ย

ไม่เหนื่อย ไม่ได้ทำอะไรซะมากมายขนาดนั้นหรอก ขำกับตัวเอง คำถามของชิเงะมันชวนให้อารมณ์ดี ทำหน้าแบบนั้น สายตาเอ๋อๆ ที่ส่งคำถามเป็นจริงเป็นจัง

โคยามะหิวข้าวมั๊ย

นายหิวงั้นสิ ขยับใบหน้าอีกนิด เข้าใกล้ฝ่ายตรงข้ามมากขึ้น มองหน้าชิเงะตาไม่กระพริบ จับจ้องสีหน้าเขินๆที่กำลังลูบท้องตัวเองเบาๆ คนที่หิวคือชิเงอากิสินะ ปล่อยให้รอขนาดนั้น ความผิดตัวเองเต็มๆ

ก็นิดหน่อยเอง รอยยิ้มน้อยๆเบือนใบหน้าให้ลงต่ำ ความใกล้ของโคยามะที่ประชิดเข้ามา มันทำให้รู้สึกแปลกๆ

ถ้านายหิว ทำไมไม่ไปกินก่อนล่ะ

โคยามะบอกให้รอนี่ มีเรื่องอะไรจะพูดกับเรางั้นเหรอ สีหน้างอนๆผ่อนลมหายใจเพียงชั่วครู่

ขยับตัวออกห่างโคยามะ บอกให้รอ แล้วมาไล่ให้ไปกินข้าวก่อนทำไม

นายโกรธเหรอ ชั้นขอโทษ เดินตาม ฉุดข้อมือไว้

โกรธงั้นเหรอเปล่าซักหน่อย โคยามะไม่ได้ทำอะไรผิด ก็คนที่รอมันเราเองนี่ เราจะไปมีสิทธิ์อะไรโกรธนายได้ ข้อมือเล็กๆรั้งแขนขยับดึงออก โคยามะกระชับฝ่ามือให้แน่นขึ้นอีก ใช้มืออีกข้างบังคับไหล่ชิเงะให้ยืนนิ่งๆ

นายโกรธจริงๆด้วย ชั้นขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น ก็แค่อยากลองหยั่งความรู้สึกของอีกฝ่ายดู

ก็ไม่ได้โมโหอะไร โคยามะนั่นแหละ จะพูดอะไรกับเราล่ะ ก็แค่งอนเล็กๆ ถ้าโกรธ จะรอเหรอ

สีหน้าจริงจังกระชากข้อมือชิเงะเข้ามาหาตัว เปลี่ยนตำแหน่งเมื่อชั่วครู่ให้กลายเป็นอ้อมกอด โอบล้อมร่างที่กำลังตีหน้างุนงงไว้

อะเอ่อ น้ำเสียงอึกอัก พูดอะไรไม่ออก ชิเงะกำลังหน้าแดง รับอะไรไม่ค่อยทัน

ชั้นดีใจที่นายรอ ดีใจที่นายเห็นความสำคัญของคำขอร้องของชั้น

ลำตัวถูกเบียดให้เข้าหากันอีก เมื่อโคยามะกระชับวงแขน โอบเกี่ยวกอดรอบเอวดันกายให้เข้าใกล้มากขึ้น

เอ่อคือแล้วแล้วกะ..กอดทำ..ทำไม ติดอ่างขึ้นมาซะอย่างนั้น

หือทำยังกะชั้นไม่เคยกอดนายงั้นแหละ

ก็..ก็อยู่ๆก็ ไม่เข้าใจนี่นา กับการที่ตัวเองรออยู่ มันทำให้ดีใจมากมายขนาดไหนกัน

อืมหรือว่าต้องขออนุญาตก่อน น้ำเสียงเล่นลิ้น กอดแน่นไม่ยอมคลายแรง

ไม่ใช่อย่างนั้นทุกทีก็ไม่ไม่เห็นว่าจะขอ..กะ..ก่อน สมองเบลอๆ รู้แต่ว่าตอนนี้ตัวเองหน้าร้อนฉ่า ไม่กล้ามองหน้าโคยามะแม้แต่นิดเดียว

ทุกที ? ชั้นเคยกอดนายแค่ 2 ครั้งเองนะ อืมถ้าไม่รวมถึงตอนนี้อ่ะนะ พูดออกมาเป็นธรรมชาติ

ไม่รู้เหรอว่าคนฟังเขินมากมายแค่ไหนแล้ว

นับไว้..ดะ..ด้วยเหรอ..ไง โคยามะพิลึก

ไม่ได้นับนะ ชั้นก็แค่จำได้ดี เท่านั้นเอง แกล้งต่อให้ยิ่งเขินหนัก อยากเห็นหน้าชิเงอากิตอนนี้จริงๆ

โคยามะมีธุระกับเราไม่ใช่เหรอ ปละปล่อย ก่อนสิ คำพูดอ้อมแอ้ม ขืนตัวออกมา

ไม่ปล่อยตอนนี้ ถึงกอดอยู่ก็พูดได้

ก็แล้วอะไรล่ะ ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน คำพูดของตัวเอง ไม่ค่อยมีผลต่อโคยามะซักเท่าไหร่หรอก

เรื่องยูยะจังน่ะ

หัวข้อของคำพูดทำให้ชะงัก คิดๆเอาไว้เหมือนกันว่าอาจเป็นเรื่องนี้

อืม ตอบรับเบาๆ พร้อมจะรับฟัง

โคยามะคลายอ้อมกอดออก วงแขนช้าๆลู่ลงข้างลำตัว ลงนั่งกับพื้นหญ้า ชิเงะขยับตัวลงต่ำนั่งข้างๆ

ชั้นน่ะนะ ตัดใจจากยูยะจังได้แล้วล่ะ ออกมาง่ายกว่าที่คิด ความรู้สึกที่แท้จริงอยากจะเริ่มต้น

เอ๋ ? จริงเหรอโคยามะ ก็ในเมื่อมันเป็นทางเดียว ที่จะจบลง โดยที่ความรู้สึกของทุกคนยังเป็นเรื่องดีๆ

อืมชั้นไม่รู้หรอก ว่ากับยูยะจังมันเริ่มเปลี่ยนไปตอนไหน หลังจากพยายามตัดใจหลายครั้ง ท้ายสุดแล้วความรู้สึกของชั้นมันก็เปลี่ยนไปเองในทางที่ดียูยะจังน่ะน่ารัก เป็นเพื่อนที่น่ารัก ยิ้มอ่อนโยน มองตรงไปข้างหน้า ความรู้สึกเป็นสุขที่แท้จริง เหมือนจะสัมผัสได้โดยง่าย อยู่แค่เอื้อมเท่านั้น

ถ้าเป็นอย่างนั้น เราก็ดีใจด้วยจริงๆ เราอยากเห็นโคยามะมีความสุขนะ ใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างชะเง้อคอลงมาข้างหน้า สบสายตากับรอยยิ้มของโคยามะ

ขอบคุณนะชิเงะจัง ขอบคุณ ที่อยู่กับชั้น และขอบคุณ ที่ให้ชั้นอยู่กับนาย

ขอบคุณเหมือนกัน ที่โคยามะทำให้เราเห็นรอยยิ้มจริงๆ รออยู่นะ

มีอีกอย่าง ที่ยังไม่ได้บอก เขยิบตัวเองเข้าไปอีกนิด กระซิบเบาๆให้ได้ยิน

อะไรเหรอ

ชั้นอยากฟังคำตอบก่อนน่ะ ได้มั๊ย

ก็ยังไม่ได้บอกเลย แล้วเราจะตอบยังไงล่ะ

คำถามก็คือ นายไม่รู้หรอกเหรอว่าชั้นจะบอกอะไร

เราก็ต้องไม่รู้สิ ไม่ได้อ่านใจโคยามะออกซะหน่อย

ผิวของผืนหญ้าที่สัมผัสแนบกับฝ่ามือ โคยามะละการสัมผัสตรงนั้น เคลื่อนมือช้าๆโอบรอบเอวคนข้างกายไว้หลวมๆ สายลมของยามค่ำคืน ยังคงพัดเป็นช่วงๆ ความเย็นจากธรรมชาติ แต่ทำให้อบอุ่น คำพูดที่อยากจะบอก แข่งกับเสียงของสายลมที่อยู่เป็นเพื่อนในยามนี้

โคยามะบอกสิ ยิ้มอยู่นั้นแหละ ฟังเสียงจากธรรมชาติร่ำร้องอยู่ชั่วครู่ โคยามะเงียบปากไปแทนขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

ไว้บอกพรุ่งนี้ดีกว่า

อ๊ะได้ไงอ่ะ เราฟังอยู่นะ

อยากฟัง ?

จริงๆแล้ว โคยามะ ไม่ได้มีอะไรจะพูดเลยใช่มั๊ยล่ะ แกล้งให้รอฟังล่ะสิ หน้ายุ่งเริ่มไม่พอใจ

เอ้ามีสิ มีจริงๆ

งั้นอะไรล่ะ

อืมก็บอกรักนายไง

คราวนี้ชั้นก็ฟังคำตอบจากนายได้แล้วสินะ

คำตอบที่จะทำให้มีความสุขที่สุด

จะให้พูดยังไงล่ะ ก็ในเมื่อคำตอบของเรามันเหมือนกับคำถามของโคยามะเปี๊ยบเลยนี่นา

..ถ้าไม่รัก จะรอเหรอ

พูดแบบนี้.....ไม่เอาหรอก.....นายต้องบอกชั้นตรงๆสิชิเงะจัง

อยากฟัง..?? แน๊.....เอามุขคนอื่นเค้ามาใช้หน้าตาเฉย

ก็ต้องอยากฟังสิ....อยากฟังมากที่สุดในโลกเลย โน้มหัวลงไปพิงกับไหล่ร่างข้างกาย...คนหน้าแดงอมยิ้มจนแก้มตุ่ย

โคยามะนี่ก็ขี้อ้อนเหมือนกันนะ....ใช้ได้ผลแค่กับสาวๆเท่านั้นแหละ ประชดเข้าให้....เสียงฮึดฮัดฟังดูคล้ายเสียงหัวเราะซะมากกว่า

อ้าว....งั้นถ้าใช้กับนายไม่ได้ผล.....ก็ต้องใช้วิธีอื่นน่ะสิ.....วิธีไหนดีน้า.... สองแขนที่โอบกอด....เหนี่ยวเอวร่างเพรียวให้เข้ามาใกล้กว่าเดิม

โคยามะ...! อย่าเล่นอย่างนี้สิ...... อ้อมแอ้มด้วยแก้มระบายสีชมพูอ่อน....ทำเสียงดุมากกว่านี้เป็นรึเปล่า...

ไม่งั้นโคยามะก็ไม่ฟังหรอกนะ.......

ทำไมล่ะ.....นี่ไม่ใช่การเล่นซักหน่อย....ถ้านายไม่ยอมบอกจะจับกดตรงนี้เลยน้า....คิกๆๆ

แอ๊...!!! ไม่เล่นด้วยนะ...!!! ร้องเสียงหลงเป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้......ตกใจ......

ก็บอกว่าไม่ได้เล่นไงล่ะ......เอาจริงๆ ยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้.....อีกนิดเดียวก็จะแตะโดนอยู่แล้ว...

ชิเงะรีบผลักออก.....แม้ไม่หลุดอย่างเฉียบขาด....แต่ก็ช่วยยืดระยะได้ล่ะนะ

ไปกินข้าวกันเถอะ....โคยามะ.......ชั้นหิวจะแย่อยู่แล้วน้า....

ก็ได้ๆ...........วันนี้ชั้นขอแลกห้องกับเจ้าคุซาโนะอีกดีกว่า....รับรองมันเป็นใจชัวร์เลย.ฮะๆๆๆ

ไม่แลกนะ...!!! โคยามะไม่กลัวประธานจับได้เหรอ....... เหตุผล...ฟังดูก็รู้ว่าชิเงะกำลังรู้สึกยังไง

กลัวทำม๊ายย.....ชั้นน่ะซี้เจ้าประธานนะ........นายไม่รอดแน่...ชิเงะจัง สายตา...จ้องซะไม่กลัวชิเงอากิจะทะลุเลยนะ

อ๊า....!!!! พูดอะไรน่ะ.....ปล่อยนะ....ชั้นจะไปกินข้าวแล้ว.....

โธ่.....ชั้นล้อเล่น.......ไปๆๆ....ไปกินข้าวกัน ดึงให้อีกฝ่ายลุกขึ้น.....แต่พอลุกขึ้นได้.....ชิเงะก็วิ่งนำหน้าไปลิ่วเสียแล้ว......โคยามะเดินเร็วๆตามไป.....หัวเราะเสียงดังอย่างกับมีใครมาเล่นตลกให้ดู

ชิเงะจางงง......รอชั้นด้วยซี่.......ฮะๆๆๆ

......หรือจะไม่ล้อเล่นดีนะ......= ^ w ^ =

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

[[ TheEnd ]]

2006/Oct/17

TRAVELING Part 15

ชิเงะจัง ชิเงะจัง

มีอะไร...งั้นเหรอ สายตามองทิวทัศน์ขานรับ ริมฝีปากอิ่มๆเผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้ม พึงใจเป็นอย่างยิ่งต่อบรรยากาศแวดล้อมในไร่องุ่น

นายยังจำได้รึเปล่า ที่ชั้นเคยบอกว่า ถ้าวันไหนชั้นมั่นใจในอะไรบางอย่าง ชั้นมีเรื่องจะพูดกับนาย

โคยามะขยับลำตัวอีกนิดหน่อย หันใบหน้าให้สามารถวางสายตาไปที่คนข้างๆได้ชัดๆ รู้สึกเหมือนขัดใจตัวเองยังไงชอบกล วาจาเกริ่นนำเมื่อครู่มันดูโยกโย้ไม่เข้าเรื่อง แต่ถึงกระนั้นคำพูดที่เอ่ยบอกไป กลับไม่มีแรงดึงดูดพอที่จะทำให้ชิเงะหันหลับมามองที่ตนเลย

ชิเงะจัง ได้ยินที่ชั้นพูดมั๊ยเนี่ย ขึ้นเสียงเล็กๆ แสร้งทำให้เห็นว่ากำลังโมโห

คนจะพูดด้วย ช่วยหันมาหน่อยได้มั๊ยเล่า

อือ คำรำพึงเบาๆ พร้อมการพยักหน้า คำตอบที่มีให้เห็นแค่นั้น

เรื่องยูยะจังน่ะ...ชั้น... ลังเล ควรพูดต่อดีมั๊ย คนฟังไม่มีทีท่าว่าอยากจะรับรู้เลยซักนิด.....ทำอะไรให้โกรธ อย่างนั้นเหรอ.....

โคยามะ ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ เราขอตัวก่อนนะ ชิเงอากิลุกจากที่นั่งขึ้นมาซะดื้อๆ สีหน้าราบเรียบไม่บอกอะไรให้แจ่มแจ้งไปกว่าการสร้างความงุนงงให้หนักข้อ

เดี๋ยว ! แล้วนายจะไปไหน คว้าทันทีที่ข้อมือ แต่การเหนี่ยวรั้งก็ทำได้แค่เสี้ยววินาที ข้อมือสะบัดออกปลดปล่อยแรงดึงจากโคยามะ

เดี๋ยวก่อน !! ชิเงะจัง.....ชิเงะจัง ตกใจ สับสน ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ล่ะ

สองขารีบทำตามที่ใจคิดทันที คนข้างหน้าไม่รั้งรอว่าเบื้องหลังกำลังฉุดรั้ง ขยับเท้ารวดเร็วส่งแรงวิ่งไปข้างหน้า

เจ้าเด็กบ้า !! หยุดนะโว้ย !!

ห้ามตามมานะ !!

นายก็ห้ามวิ่งหนีสิ มีอะไรทำไมไม่พูดเล่า โคยามะร้อนรน วิ่ง..วิ่ง...และวิ่ง สองขากระหน่ำฝีเท้า

สองตาจับจ้องร่างที่วิ่งอยู่ข้างหน้า

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น ตอนไหนกัน ที่ไปทำให้ชิเงอากิโกรธ เค้าเคยทำเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอไง

....คลาดสายตา.... !!

ทั้งที่มองอยู่ตลอด แล้วทำไม...หายไปไหน หายไปซ่อนอยู่ตรงไหน

ขอร้อง อย่าทำแบบนี้ อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นเรื่องแย่โดยที่เค้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ชิเงอากิ !! เลิกเล่นซะที !!

หมุนรอบตัว กวาดสายตาค้นหา อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของแสงแดดยามกลางวันยิ่งส่งผลให้ใจอยู่ไม่สงบ

เพื่อนๆแต่ละคนกำลังเพลิดเพลินกับรสชาติขององุ่น บ้างก็หันตามเสียงตะโกนของเค้าด้วยการทำหน้างงไม่แพ้กัน แต่โคยามะก็ไม่มีเวลาพอที่จะหันไปตอบคำถามของใครๆ สายตาไล่มองทีละคนอย่างรวดเร็วๆ แต่ก็ไม่เจอ...ไม่ว่าตรงไหน...ก็ไม่มีชิเงอากิ

นั่น !! ตรงนั้น !!

เฮ้ยยยยยยย !!!!!

เบนวิถีหันหลังกลับแทบจะทันที สิ่งที่เห็นตรงหน้า...มองยังไงก็ไม่ใช่สิ่งที่จะอยู่บนโลกนี้แน่ ????

ว้ากกก !! ช่วยด้วย !!

องุ่น !! องุ่นลูกยักษ์ขนาดจะมาทับตัวเค้าได้

นับสิบๆลูกกลิ้งมาด้วยความเร็วเหนือแสง ประดุจลูกโบลลิ่งที่กำลังจะสไตรค์ก็ปานนั้น

กลิ้งไล่จี้มาติดๆ โคยามะหอบหายใจรัวย้ำฝีเท้าถี่โกยแน่บ

นี่มันเรื่องอะไรกัน เค้าไม่ใช่พระเอกอินเดียน่าโจนส์นะ !!

ว้ากกกกกกก !!!.

...................................................................

.......................................

โคยามะ !!

สะดุ้งเฮือกเปิดตารับสิ่งรอบตัวด้วยความระแวง กิจกรรมงีบหลับตอนเที่ยวสิ้นสุดลงโดยฉับพลัน

โคยามะเป็นอะไรน่ะ ฝันร้ายเหรอ ร้องละเมอซะลั่น

ชิเงะจัง...ชิเงะจัง สองมือสองไม้สำรวจเจ้าของเสียงเรียก จับใบหน้า ลูบผม ดึงมือ ยกแขน ซะให้วุ่น อยากมั่นใจได้เต็มร้อยว่าตรงหน้าคือชิเงอากิจริงๆ

ทำไมงั้นเหรอ ฝันว่าอะไร

เจ้าของความฝันไม่ตอบอะไร กระชากแขนที่ตัวเองจับอยู่ ดึงร่างที่ตามหาในฝันเข้ามากอด

เจ้าบ้าเอ้ย !! ห้ามนายหนีชั้น เข้าใจมั๊ย !! กระชับวงแขนโอบล้อมให้แน่นขึ้น ผิวกายที่สัมผัสกัน ช่วยย้ำถึงความรู้สึกที่จับต้องได้ ไม่ใช่แบบนั้น...แบบในฝันที่ชั้นไม่สามารถรั้งนายเอาไว้ได้

อะ...อืม ชิเงอากินั่งนิ่งเพียงอ้อมแอ้มตอบ แม้ไม่เข้าใจนัก แต่ความรู้สึกก็บ่งบอกว่าคำตอบนั้นคือการขานรับให้กับอ้อมกอดที่อบอุ่นของคนตรงหน้านี้ อุณหภูมิใบหน้าร้อนผ่าว เป็นเหตุเป็นผลได้ดีกับรอยระเรื่องแดงที่เกิดขึ้นบนผิวแก้มทั้งสองข้าง

โคยามะฝันว่าอะไรงั้นเหรอ

ก็...เอ่อ....

**************************************************

** กลับมาที่โรงแรมแล้วจ้า **

อากาศดีจังนะ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด รับบรรยากาศสดชื่นกับความบริสุทธิ์รอบตัวอย่างอารมณ์ดี

ภายใต้ร่มไม้ครึ้มที่แผ่กิ่งก้านสีเขียวหลายเฉด ช่วยอำพรางแสงแดดให้ตกกระทบลงพื้นอย่างอ่อนโยนลง

ยูยะอมยิ้มอยู่ในใจ ยืนนิ่งๆรับสายลมที่พัดผ่านร่างกายของตัวเองเป็นช่วงๆ ชายเสื้อบางๆปลิวไหวเป็นจังหวะสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของเส้นผมพริ้วสลวย ท่วงทำนองของสายลมที่อ่อนโยนช่างรับกันได้ดีกับความเงียบสงัดรอบตัวตามธรรมชาติ

ยูยะชอบที่นี่สินะ วาจาจากอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ใกล้ๆ คุซาโนะนั่งชันเข่าเอนหลังแนบพิงกับความหยาบของเปลือกไม้สบายอารมณ์

ชอบสิ...ทั้งสวยทั้งสงบ

ถ้าอย่างนั้น...คราวหลังเราสองคนมากันอีกดีมั๊ย เงยหน้าส่งรอยยิ้มให้คนรัก คำชวนที่ทำให้ดีใจ

อืม...อยากลองพักโรงแรมอื่นดูเหมือนกัน คำตกลงด้วยการเปลี่ยนประเด็น

ถ้าอยากเอาแต่ใจ นายจะทำตามชั้นง่ายๆรึเปล่า ฮิโระ

จะหามาให้เลือกหลายๆที่เลย

อยากมาช่วงฤดูหนาว ดูเทศกาลหิมะ

งั้นก็ยอดไปเลย เป็นความคิดที่ดี ตบมือดังลั่นสนับสนุน ใบหน้าร่าเริงพร้อมจะเออออตามทุกอย่างอยู่แล้ว

ขี่จักรยานดูดอกไม้ล่ะ

อา...แค่คิดภาพก็มีความสุขซะ

ตระเวนหาของกินให้ทั่วเมือง รอยยิ้มกลั้วเสียงหัวเราะ ลดตัวลงมานั่งข้างคุซาโนะ

เรื่องนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลย

สัญญาแล้วนะ หันไปมองหน้าคุซาโนะพร้อมยกนิ้วก้อยขึ้นมา

แน่นอน รับสัญญาณมือจากอีกฝ่าย เกาะเกี่ยวปลายนิ้ว สัมผัสแน่นโยกมือขึ้นลงเล็กน้อย ย้ำให้มั่นใจ

อืม...ยูยะรู้มั๊ย ว่าต้นไม้ที่เรานั่งอยู่เนี่ย มีตำนานด้วยนะ

อะไรล่ะ...ชอบแต่งเรื่องนักเหรอไง สองคิ้วย่นเข้าหากัน เบะปากทำสีหน้าว่าไม่เชื่อ แค่คำพูดเริ่มเรื่องก็ยังกับคำนำตอนเปิดการ์ตูนก็ปานนั้น

อ๊ะ ไม่เชื่ออีก ชั้นพูดจริงๆนา มีคนแถวนี้เล่าให้ฟังล่ะ

ก็แล้วมันทำไมล่ะ

อืม...เค้าเล่ากันมาว่า ถ้าใครสารภาพรักกันที่ใต้ต้นไม้นี้ จะรักและอยู่ด้วยกันตลอดไป มองหน้าคนรักตัวเล็ก จ้องตาคู่นั้นจริงจัง

บ้า !! เรื่องเล่าแบบนี้ชั้นพบเห็นได้บ่อยมากเลยในการ์ตูนผู้หญิงน่ะ หัวเราะหลบสายตา เขินแววตาที่จ้องมา

ธิดาจากตระกูลใหญ่พบรักกับซามูไรหนุ่มด้วยเหตุบังเอิญของโชคชะตาที่ใต้ต้นไม้นี้

อืม..อย่างนั้นหรอกเหรอฮิโระคุง ช่างเป็นอะไรที่โรแมนติกจริงๆ น้ำเสียงล้อเลียนโยกตัวเป็นจังหวะ

ล้อเล่นกับเรื่องราวของคนข้างกาย

ยูยะ...ตอนที่เราเริ่มคบกัน ชั้นบอกนายว่ายังไงเหรอ

คะ...ใครจะไปจำได้ล่ะ จู่ๆก็เปลี่ยนเรื่องซะกะทันหัน ตั้งตัวตอบไม่ทัน ทั้งๆที่...ไม่มีทางลืม

ยูยะ...เราคบกัน...ได้มั๊ย ย้อนทวนวาจาที่ตัวเองเคยพูดขึ้นมาทุกพยางค์ ทั้งน้ำเสียงเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน

อะ...อะไรเล่า ปลายนิ้วมือไล้ยอดหญ้า เขี่ยเล่นแก้ความเขิน

ไม่เกี่ยวกับตำนาน ไม่เกี่ยวกับความเชื่อ ชั้นจะทำให้เรื่องเล่าเป็นจริงขึ้นมาได้ด้วยตัวชั้นเอง และมันก็จะสมบูรณ์แบบเพราะนาย....

จะพูดอะไรกันแน่...ฮิโระ

ยูยะ...ชั้นรักนาย

ทุกทำนองของเสียงรอบตัวดุจเหมือนพร้อมใจกันสงัดลงแต่โดยดี การเคลื่อนไหวของหัวใจระรัวถี่จนจับจังหวะไม่ถูก คำสารภาพรักที่ชัดเจนและจริงจังจากปากแบบนี้...เป็นครั้งแรก ที่ได้ยินกับหู...

แม้คุซาโนะจะแสดงออกด้วยความรู้สึกและการกระทำอยู่ทุกวัน แต่ก็คงจะบอกไม่ได้ ว่าไม่หวังเลยที่จะได้ยิน

คำพูดนี้...ทุกช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน ถึงไม่มีคำใดๆคอยเอ่ยอย่างตรงความหมาย แต่ความรู้สึกที่มีก็ช่วยบอกแทนคำพูดอยู่แล้ว จนไม่คิดเลยว่า...คุซาโนะเคยพูดคำนี้กับตัวเองรึเปล่า...

การที่นายอยู่ข้างๆชั้นแบบนี้ มันสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดๆแล้วล่ะ

เล่นมาพูดใต้ต้นไม้ตามที่ตำนานว่า อย่างนี้ชั้นก็ต้องอยู่กับนายตลอดไปน่ะสิ

ฮะๆๆ...แย่หน่อยนะยูจัง

เป็นเรื่องแย่ที่สุดในชีวิตเลย

งั้นยูจังคงลำบากเนอะ รอยยิ้มเบิกบานแจ่มชัด ขยับมือช้าๆโอบรอบเอวร่างข้างกาย

เป็นเรื่องแย่ขนาดที่ว่า ไม่ต้องการเรื่องดีๆอะไรอื่นเลยล่ะ ขยับเข้าใกล้อีกนิด กระซิบบางเบาข้างหู

คุซาโนะยิ้มกว้าง หัวใจที่พองโตมันคบอกคับใจจนแทบเก็บไว้ไม่อยู่

สัมผัสแก้มยูยะ กระชับมือโน้มใบหน้าคนรักเข้ามาใกล้.....รับสัมผัสซึ่งกันและกัน.....จูบ.....ที่อ่อนโยน เทียบเท่าได้กับสายลมเคล้าความอบอุ่นที่รื่นรมย์

********************************************

** ล็อบบี้โรงแรม **

ช้อนคันเล็กลงไปสัมผัสกับชิ้นเค้กเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ตัวโคยามะเองคงใส่ใจมากกว่า กับเสียงถอนลมหายใจของตัวเอง ที่มันผ่อนจำนวนออกมาพอๆกับการลงช้อนตักเค้กแต่ละครั้ง เรื่องที่จะพูด.....ทำไมมันถึงไม่ออกมาได้ง่ายๆนะ

เอ่อ โคยามะ มีอะไรรึเปล่า จับจ้องคนตรงหน้า สาเหตุของเสียงถอนหายใจที่รู้สึกได้อย่างชัดเจนนั้นคืออะไร ชิเงอากิตัดสินใจพูดขึ้นหลังจากลังเลกับท่าทีของโคยามะอยู่ไม่น้อย ใบหน้าที่เหมือนไม่ค่อยสบอารมณ์นัก มันเป็นอาการต่อเนื่องของการงัวเงียจากการงีบหลับตอนกลางวันรึเปล่า

ก็...ชั้น...เอ่อ.....ชิ ! โธ่เว้ย !! สบถกับตัวเอง เข้าใจรู้เรื่องอยู่คนเดียวนั่นล่ะ

ชิเงะกระชับแก้วนมใบโตในมือแน่น มองโคยามะตาปริบๆ

โคยามะโมโหอะไรเรางั้นเหรอ

มันจะเป็นอย่างงั้นได้ไงกันเล่า นายไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย !! ที่น่าหงุดหงิดคือตัวเองตะหาก

ยังกับเหตุการณ์สืบเนื่องจากในฝัน เรื่องยูยะที่อยากจะบอก กับอะไรอีกอย่างที่พยายามจะเค้นออกมา มันติดขัดเหมือนในฝันเปี๊ยบ

เอ่อ...งั้นถ้ามีอะไร บอกเราได้นะ ตั้งใจจะรับฟัง อันนี้แหละที่ต่างจากความฝัน มันคือความจริงที่น่ามีความสุขเป็นที่สุด

อืม...ขอบใจ โคยามะเผยยิ้ม ดีใจกับท่าทีของชิเงะ แต่แล้วสมองก็กลับมาหงุดหงิดกับอาการของตัวเองอีกครั้ง.....ชิ นี่มันอะไรกัน สับสนในตัวเองชะมัด.....

หรือบางทีโคยามะอาจอยากอยู่คนเดียว งั้นขอโทษนะที่รบกวน ยกแก้วนมติดมือไป ทำท่าจะลุกขึ้นยืน

ธุระของชั้นคือมีเรื่องจะพูดกับนาย ถ้านายไปแล้วจะให้ชั้นพูดกับใคร น้ำเสียงราบเรียบดึงให้ชิเงอากิกลับลงมานั่งที่เดิม ในที่สุดวาจาเกริ่นนำที่ดูดี ( รึเปล่า ) ก็หลุดออกไปจนได้

มีอะไร...งั้นเหรอ อิดออดถามเบาๆ ไม่กล้าเดาถึงสาเหตุ ก็ท่าที...จริงจังขนาดนั้น

เรื่องยูยะจังน่ะ...ชั้น..... นึกไปนึกมา นี่เราพูดเหมือนในฝันไม่ผิดเพี้ยน แต่ขออย่าให้มีอะไรติดขัดอย่างในความฝันเลย

นายจะเชื่อมั๊ย ถ้าชั้นจะบอกว่า ชั้นตัดใจ...

โคยามะเว้ยยยย

เจ้าตัวแทบจะหัวทิ่มไปจิ้มเค้ก คุซาโนะแสดงตัวโผล่แว้บมาเร็วไว

อะไรเล่า !! โคยามะอารมณ์เสียทันที ทิ้งตัวลงไปเอนกับพนักโซฟา ยกขาขึ้นมาพาดตั้งฉากขยับปลายเท้ากระดิกเหยงๆ

ประธานให้ช่วยทำงานอ่ะ ตอนนี้ยูยะเตรียมเอกสารอยู่ นายเป็นรองหัวหน้าห้องหนิ

แล้วทำไมไม่ไปตามหัวหน้าห้องอย่างเจ้าเคียวเฮล่ะ ไม่อยากจะอิดออดกับงานหรอก แต่ธุระที่ค้างคาอยู่มันสำคัญซะมากมาย

เคียวเฮกับรองคนอื่นก็กำลังทำงานอย่างอื่นอยู่ นายรีบมารับชะตากรรมเลยโคยามะ จะได้เสร็จไวๆ พยายามฉุดมือร่างบนโซฟาที่ทำหน้าขี้เกียจอยู่ให้ลุกขึ้น

ให้เราช่วยมั๊ย ชิเงอากิอาสา ทั้งที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวนักหรอก

ไม่เป็นไรหรอกชิเงะ ขอบใจนะ .....ไปเร็วโคยามะ แล้วมือถือน่ะ ไม่ต้องปิดได้มั๊ย ให้วิ่งมาตามเนี่ยมันเหนื่อยนะเฟ้ย ลากโคยามะไปก็บ่นไป

ชิเงะจัง รออยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวชั้นกลับมา

อืม ขยับใบหน้าตอบรับเล็กน้อย ให้รองั้นเหรอ.....มีเรื่องอะไรจะพูดกันแน่นะ

จะว่าไป...ถ้าไม่นับช่วงเทศกาล เค้ากับโคยามะอยู่ด้วยกันแทบตลอดเวลาเลยสินะ เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน คิดดูแล้ว คงก่อนหน้าที่จะมาฮอกไกโดซะอีก

การที่อยู่ด้วยกันจนเป็นเรื่องปกติ จุดเริ่มต้นของมันอยู่ตรงไหนกันนะ

ไม่เคยคิดมาก่อนด้วยซ้ำ ถ้าเป็นเมื่อก่อน มากสุดก็คงแค่การทักทายประจำวันล่ะมั้ง

จนถึงตอนนี้ ช่วงที่อยู่ที่นี่ ลืมเรื่องบัดดี้ที่ประธานสั่งซะสนิทเลย ตัวเค้าเองไม่ค่อยนึกถึงเรื่องเท่าไหร่

แต่โคยามะล่ะ บัดดี้เป็นยูยะ ที่ไปทำงานนี่ ก็ทำงานกับยูยะ แต่มีคุซาโนะอยู่ด้วย จะเป็นยังไง.....บ้างนะ

********************************************

..........................................................

.............................

ฮะๆๆ....ฮ่าๆๆๆๆ....ฮาชะมัดเลยว่ะ

เมื่อไหร่จะเลิกขำซะที งานมันล่าช้าลงนะโว้ยยย สีหน้าหงุดหงิดมองคุซาโนะเชิงตำหนิ สองมือพยายามจัดการกับข้อมูลและเอกสารตรงหน้าให้เร็วที่สุด

ก็มันฮานี่หว่า โคยามะ...นายบ้าเปล่าเนี่ย ท่าจะกินองุ่นมากไปหน่อยมั้ง วิ่งหนีองุ่น...ฝันมาซะได้

ความฝันกำหนดไม่ได้นะฮิโระ ยูยะตีหน้าขรึม ทั้งที่ใจจริงกลั้นขำจะแย่

ก็มันตลกจริงๆนี่ ดีนะเนี่ย ไม่โดนปีศาจองุ่นทับจนแบน ฮะๆๆ

เออๆ นายหยุดแล้วรีบทำงานต่อได้แล้ว ชั้นมีธุระปะปังต้องไปทำอีกนะ โมโหตัวเอง ไม่น่าเล่าให้ฟังเลย ก็ตอนที่เค้าร้องละเมอออกมา หมีคุก็ดันมาแอบได้ยินแว่วๆซะอีก ไม่ได้ทันสังเกตว่าเจ้าเพื่อนตัวดีก็อยู่แถวนั้นด้วย พอถูกถามขึ้นมา ก็เลยไม่รู้จะโกหกว่าไง

ธุระของนายเนี่ย ใช่กะชิเงะรึเปล่าน้า

ไม่ใช่เรื่องที่ชั้นต้องตอบ

ชิชะ...คิดอยากจะเอาให้แฮปปี้เอนดิ้งซะที่นี่อย่างที่ชั้นเคยแนะนำแล้วล่ะสิ

ชั้นจะไม่แฮปปี้ก็เพราะนายนั่นแหละ ไอ้เพื่อนดี.....โอ๊ย ไม่ทำแล้ว ขี้เกียจ ฝากดูแลต่อด้วยนะ ขอบใจ เออออเองเสร็จสรรพ โคยามะสะบัดปึกกระดาษลงกับโต๊ะดังสนั่น ก่อนรีบพาตัวเองวิ่งออกไปเร็วปรื๋อ

คุซาโนะกับยูยะได้แต่มองตามหลังงงๆ

เฮ้ย โคยามะ ไอ้อู้ กลับมานะเว้ย !!

ตะโกนว่าไล่หลังไปก็แค่นั้น ตอนนี้...โคยามะ คิดแต่จะวิ่งไปข้างหน้าเท่านั้นแหละ

**********************************************************************

2006/Oct/17

TRAVELING Part 14

เสียงเฮโลดังขึ้นทันที เมื่อเป้าหมายมาให้เห็นอยู่ตรงหน้า ป้ายไม้เคลือบเงาแผ่นยักษ์ปรากฏเด่นชัดด้วยตัวอักษรสวยขนาดใหญ่ หลังแมกไม้แน่นขนัดที่ใช้แทนรั้ว มีไร่องุ่นทอดยาวแผ่อาณาเขตเชิญชวนให้เข้าไปเยี่ยมชม

เย้ ! องุ่นๆ ชิเงะตาโตดีใจ วันนี้จะได้ทำความรู้จักกับคุณองุ่นอย่างใกล้ชิด

แถมยังมีข้อเสนอที่น่าสนใจไม่หยอกรออยู่ เจ้าของให้เก็บองุ่นได้คนละ 1 ตะกร้า พาลให้ชิเงอากิป้อนโปรแกรมอยากอาหารด้วยตัวเอง ผิดกับใครบางคนที่มีท่าทีแตกต่างจากตอนก่อนจะมาอย่างเห็นได้ชัด

หน้ามุ่ยๆนั่งเมื่อยไม่ยอมลุกอยู่บนเบาะรถ ในขณะที่คนอื่นทยอยเดินลงไปเกือบหมดแล้ว

ดีใจอะไรนักหนา ทำเป็นไม่เคยกินองุ่นไปได้

ก็ไม่เคยมาเก็บจากในไร่แบบนี้นี่นา แล้วโคยามะไม่อยากกินเหรอ ดวงตาใสๆถามเป็นเชิงเหย้าแหย่

รู้ดีอยู่แล้วว่าทำไมโคยามะถึงมีอาการแบบนี้

ไม่อยาก ! ไม่หิว ! ขี้เกียจเดิน ! พูดไปก็คลำท้องไป

อีกฝ่ายขำคิกคักจนตัวงอ มื้อเช้าขนานใหญ่เกินขนาดที่โคยามะส่งเข้าปากตัวเองไม่ยั้ง มันส่งผลเร็วแทบจะทันที จุกเสียด แน่นไปหมด เจ้าตัวได้แต่บ่น...ไม่น่าเล้ยๆ...อยู่ในใจ

ก็เก็บไปกินที่โรงแรมก็ได้นี่ รีบไปกันเหอะ พูดพลางชะโงกดูเบาะหน้าสุด คุซาโนะกับยูยะลงไปแล้ว คงคอยอยู่ข้างล่าง

โคยามะหน้ายุ่งค่อยๆลุกขึ้น รู้สึกเหมือนตัวเองหนักๆไงไม่รู้

ท่าทีเฉื่อยๆดึงกระเป๋าลงจากชั้นวางมากอดไว้กับอก ขยับเท้าเนิบๆเดินตามชิเงอากิ

โอย...อิ่มจะอ้วก บ่นขึ้นมาซะอย่างนั้น แล้วก็ลงไปนั่งกองยองๆลงกับพื้นรถ ตอนที่นั่งมาก็สลึมสลือเป็นพักๆ ตื่นเช้าเกินไปมันยังงัวเงียไม่หาย ทั้งจุกทั้งง่วง ไม่อยากจะเดินเอาซะเลยจริงๆ

โคยามะ...ลุกขึ้น กระตุ้นเหยงๆ พอหายป่วยเข้าหน่อย ชิเงะก็กระปรี้กระเปร่าซะจนน่าหมั่นไส้

โคยามะทำตาเจ้าเล่ห์แค่นยิ้มแปลกๆชวนให้งง ยื่นมือข้างนึงตรงไปที่คนข้างหน้า พร้อมส่งสัญญาณจากใบหน้าแสร้งทำอ้อน

ช่วยดึงผมหน่อยสิคร้าบ ขยับปลายมือขึ้นลงบอกแทนการย้ำด้วยคำพูด

ก็...ก็ลุกขึ้นมาเองสิ ยืนนิ่ง กอดกระเป๋ากับอกแน่น โคยามะทำหน้าแบบนี้ มันชวนให้เขินๆไงก็ไม่รู้

ชิ..เงะ..จาง

คำกระตุ้นดึงให้เปลี่ยนตำแหน่งของกระเป๋ามาถือไว้ ยื่นมือช้าๆส่งให้โคยามะ

ชิเงะ...โคยามะ ทำอะไรอยู่ ชักช้าชะมัดพวกนาย คุซาโนะโผล่หน้าเข้ามา ชิเงอากิหันขวับตามต้นเสียงทันที มือที่โคยามะกำลังจะได้สัมผัสวืดหายไปในบัดดล

โคยามะส่ายหัวช้าๆด้วยหงุดหงิด ลุกขึ้นมาจากพื้น สีหน้ายังเนือยๆไร้อารมณ์จะเที่ยว

กำลังจะลงไปแล้ว ขานรับ ขยับก้าวเดินเร็วๆรีบลงจากรถ ทิ้งให้คนเบื้องหลังยังคงทำตัวเป็นก๊าซเฉื่อยต่อไป

โคยามะ...หายปวดท้องรึยัง

โธ่...ยูยะ ไม่ต้องถามหรอก ดูหน้ามันสิ ทำยังกะจะเป็นจะตาย ใครใช้ให้กินเยอะกันล่ะ

ก็มันอร่อยนี่หว่า เสียงอิดออดพึมพำอยู่คนเดียว ยังไม่มีกะใจจะไปต่อเถียงกับเพื่อนซี้

ขยับเป้ขึ้นสะพายเข้าตำแหน่งบนหลัง กอดคอชิเงะให้ออกเดิน

เดี๋ยวโคยามะ ไปเช็คชื่อก่อน ยูยะย้ำคำสั่งประธาน รั้งแขนโคยามะไว้

เช็คชื่อ...งั้นก็ต้องเป็นคู่สินะ อืมๆ รับรู้แล้วดึงมือเพื่อนตัวเล็กให้เดินตามไป

บัดดี้ของตัวเองคือยูยะ ไม่ได้ลืมหรอก แต่เพิ่งจะรู้สึกว่าตัวเองทำหน้าที่บัดดี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย

วันนี้...ก็ต้องกลับไปนอนห้องเดิมสินะ

ไปกันชิเงะ...พวกเราเองก็เช็คชื่อบ้างดีกว่า คุซาโนะเกาะไหล่สองข้างของชิเงอากิ ดันๆให้รีบเดินไป

อื้อ... รายนี้ไม่ต้องรอให้สั่งหรอก กระตือรือร้นซะขนาดนั้น

ความงามตามธรรมชาติของพรรณไม้สีเขียวสดน่ามองเบื้อหน้า ดึงให้ร่างกายขับความรู้สึกตื่นตาตื่นใจขึ้นมา แสงแดดอ่อนๆสาดทอลงมาจากสีฟ้าใสของเบื้องบน รับรู้ถึงไออุ่นมากระทบกับผิวกาย

กลิ่นของต้นไม้ กลิ่นของสายลมที่พัดโชยเป็นจังหวะไม่หยุดหย่อน...สดชื่น...จนอยากจะอยู่ที่นี่ให้นานๆ

สวย..มาก..เลย ประสานเสียงขึ้นพร้อมกันโดยไม่ตั้งใจ ชิเงะกับยูยะส่งรอยยิ้มมองหน้ากันด้วยความรู้สึกหนึ่งเดียว...ชอบที่นี่...

ยูย๊า..!!...ไปเอาตะกร้ากัน ดึงแฟนตัวเองอย่างกุลีกุจอ สองคนจูงมือกันไป ใส่ใจอย่างเต็มที่กับกิจกรรมที่กำลังจะเริ่มขึ้น

แล้วชิเงะจังไม่ไปเอาตะกร้าบ้างเหรอไง โคยามะเริ่มยิ้มออก อาการที่ดีขึ้น แต่อารมณ์ยังขี้เกียจอยู่

อืม...จะเอามาเผื่อโคยามะด้วยนะ ใบหน้าใสซื่อวิ่งไปกระโดดโลดเต้นไป โคยามะมองแล้วขำกับตัวเอง ชิเงอากิอายุเท่าเค้าแน่เหรอ ชอบทำอะไรยังกะเด็กๆ รู้มั๊ยว่ามันน่ารัก

ฮิโระ มันยังพวงเล็กอยู่เลย อย่าไปเก็บสิ คนน่ารักบ่น แฟนตัวเองทึ้งเอาทึ้งเอาไม่ค่อยดูขนาด

เก็บแต่พวกลูกใหญ่เดี๋ยวมันน้อยใจ แก้ตัวไปได้เรื่อยเปื่อย ค่อยๆใช้ปลายมีดคมกริบลิบก้านองุ่นอย่างเบามือ อบรมมาแล้วเรียบร้อยสำหรับวิธีเก็บองุ่น โดยเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลอยู่ในไร่

ยูยะๆ...ลองชิมดูสิ หวานมากเลย ส่งองุ่นลูกโตเข้าปากคนรัก ยูยะอ้าปากรับมันมาเหมือนเด็กที่ถูกผู้ใหญ่ป้อนข้าวไม่มีผิด ริมฝีปากที่กำลังเคี้ยวหมุบหมับฉีกรอยยิ้มขึ้นแสดงความพึงใจในรสชาติ

อื้ม...อร่อย ฮิโระก็กินบ้างสิ บิดองุ่นจากในตะกร้าตัวเองป้อนให้คุซาโนะบ้าง คนรับยิ้มแก้มแทบปริ

โว๊ย...หมั่นไส้ อย่ามาสวีทกันแถวนี้ได้มะ โคยามะปั้นหน้ากวนอารมณ์ ยืนเท้าเอวแกว่งตะกร้าเปล่าหมุนไปหมุนมา รู้สึกว่าตั้งแต่ได้ตะกร้ามา ก็ใช้งานมันแค่การเอามาแกว่งเล่นเท่านั้น

ไอ้โคยามะ แล้วใครไหว้วานนายให้มาเดินแถวนี้ไม่ทราบ หมีคุฉุนกึ๊ก เจ้าเพื่อนตัวดีขัดจังหวะอีกแล้ว

ก็นายมันขัดหูขัดตานี่หว่า ทำหน้าเหมือนจริงจัง คุซาโนะรู้ดีว่ามันคือการแหย่เล่นเท่านั้น

เล่นกันแบบนี้ เหมือนกับทุกๆวัน

แล้วโคยามะหายแล้วเหรอ...ปวดท้องน่ะ ยูยะยังเป็นห่วงอยู่

โธ่...ยูยะครับ มันก็ต้องหายแล้วแหงๆ ไม่งั้นไม่มายืนทำปากกรรไกรอยู่แถวนี้หรอก

ชิ ! ไปก็ได้ฟะ เก็บองุ่นให้สนุกนะเพื่อน โคยามะส่งหัวเราะให้ เดินแกว่งตะกร้าท่าเดิมเข้าไปหาชิเงะ เสียงหัวเราะเมื่อกี้ รอยยิ้มเมื่อชั่วครู่ ที่เค้ามีให้กับภาพความสัมพันธ์ของเพื่อนรักทั้งสองคน

รู้สึกว่ามันเป็นครั้งแรก ที่ยิ้มให้ด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง มองตาเพื่อนทั้งคู่ได้อย่างสนิทใจ

แล้วก็มีความสุขที่สุด

คำพูดประชดประชันที่เอ่ยด้วยความแหย่เล่นอย่างแท้จริง เหมือนตัวเอง...ได้ปลดปล่อย จากความรู้สึกที่บีบคั้นมานาน อยากจะหัวเราะให้ดังๆไปเลย

โคยามะ...มาลองกินองุ่นกันเร็ว คนในสายตาที่มองอยู่กวักมือเรียกให้เข้าไปหา ความสดใสบนใบหน้านั้น ยิ่งช่วยเพิ่มความสุขของเค้าให้มากยิ่งขึ้น

โคยามะๆ...เราเก็บได้เกือบเต็มตะกร้าแล้วแหละ

อืม...ที่มันยังไม่เต็ม แน่ใจนะว่าไม่ได้ทำเค้าขาดทุนด้วยการเก็บไปกินไปน่ะ สายตาซุกซนแหย่เพื่อนตาหวานเล่น ได้แกล้งคนๆนี้ นี่ก็เป็นงานอดิเรกที่ดีอย่างนึงเลยนะเนี่ย

ไม่ใช่อย่างนั้นแน่ !! เราเก็บอย่างเดียว ยังไม่ได้กินเลย !! กระแทกเสียงหนักแน่น

โคยามะขำก๊าก พอแหย่ทีไร ปฏิกิริยาที่โต้กลับมามันก็ทำให้สนุกได้ทุกที

ก็แล้วทำไมไม่กินซะล่ะ เห็นท่าทางอยากกินซะขนาดนั้น

ก็รอกินพร้อมโคยามะไง หายปวดท้องรึยัง รอยยิ้มกว้างๆพูดออกมาเป็นธรรมชาติ

รู้รึเปล่าว่าการพูดแบบนั้นน่ะ มันทำให้ดีใจได้ขนาดไหน

ไหนนายสอนหน่อยสิว่าเก็บยังไง โคยามะหัวเราะเสียงใส รอยยิ้มเบิกบานเปิดกว้างจนแทบหุบไม่ลง

ได้เลย...ก็อย่างนี้นะ เราต้องดูก่อนว่า...... สีหน้าขะมักเขม้นตั้งใจอธิบายจริงจัง โคยามะเองก็ตั้งใจไม่แพ้กัน แต่ตั้งใจอย่างอื่นซะมากกว่า...

โคยามะ...ดะ...ดูสิว่าทำ..ยังไง จ้องกลับไปที่คนฟัง สายตาน่ะไม่ได้มองเลยว่าต้องทำยังไง เอาแต่มองหน้าคนพูดซะอย่างเดียว

ตั้งใจดูแน่รึเปล่า ไม่เห็นตั้งใจฟังเราพูดเลย หลบหน้าไปอีกทาง โคยามะยังไม่เลิกจ้อง มองซะขนาดนั้น ไม่เขินก็แย่แล้ว

ก็มองชิเงะจังอยู่ไง ตั้งใจด้วยนะ

มองเราทำไมล่ะ มององุ่นสิ ทำเป็นเสียงแข็ง เดินหนีไปทางอื่น เดี๋ยวโคยามะก็เห็นกันพอดีว่าตัวเองหน้าแดงอยู่

นี่...ชิเงะจัง ชั้นหายปวดท้องแล้วล่ะ ไปหาที่นั่งกินกันดีกว่า

เราจะเก็บให้เต็มก่อน เดินต่อไปอีกเรื่อยๆ มองดูองุ่นทำเป็นไม่แยแสคนที่พูดอยู่

โคยามะหัวเราะเบาๆ เดินตามไป ตะกร้าใบเปล่าในมือยังคงถูกแกว่งต่อไป ไม่สนใจที่จะทำมันให้เต็ม

ก็ในเมื่อคนที่จะคอยเติมให้เต็มอยู่ตรงนี้แล้ว แค่นี้...ก็ทั้งอิ่มทั้งมีความสุขจนบอกไม่ถูกแล้วล่ะ

*****************************************************************************************